Switch Mode

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ ตอนที่ 2399

โชคดีนักที่ข้ามีเจ้าอยู่

ตอนที่ 2399 โชคดีนักที่ข้ามีเจ้าอยู่

………………..

“เจ้าไม่ได้เก็บตัวอยู่หรือ? นี่มัน…จบลงแล้วหรือ?”

ฉู่หลิวเยว่ถามด้วยความประหลาดใจ

นางนึกว่าเขาต้องใช้เวลาอีกสักพักเสียอีก

หรงซิวพยักศีรษะเบาๆ ดวงตาเหลือบลงตรงไหล่ของนาง พลันผุดสีหน้าเยือกเย็น

ฉู่หลิวเยว่หดคอลงอย่างไม่รู้ตัว และสารภาพอย่างตรงไปตรงมา

“อาการบาดเจ็บไม่ได้สาหัส มันหายแล้ว!”

บาดแผลค่อนข้างตื้น นางจึงใช้ยาหลังจากกลับมา กอปรกับตอนนี้นางเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ พลังการฟื้นฟูของนางก็น่าตื่นตะลึงนัก เช่นนั้นนางจึงเกือบหายดีแล้ว

เดิมทีนางไม่ได้นึกใส่ใจกับบาดแผลนี้มากนัก ทว่าผู้ใดจะรู้ว่าหรงซิวจะออกจากการเข้าด่านพอดี

ด้วยระดับความหลักแหลมของเขาแล้ว ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปิดบังเขาได้

ด้วยเหตุนี้ฉู่หลิวเยว่จึงเลือกสารภาพในทันที

หรงซิวเอื้อมมือไปดึงนางกลับเข้าไปยังห้องด้านใน

เมื่อสัมผัสได้ถึงความอึมครึมรอบตัวเขา ฉู่หลิวเยว่จึงสงบลงอย่างเชื่อฟัง

ประสบการณ์ที่ผ่านมาบอกนางว่า ในเวลาเช่นนี้ อยู่นิ่งไว้คงจะดีกว่า

เมื่อนำนางกลับเข้ามายังห้อง หรงซิวก็หันหลังกลับแล้วปิดประตู

ฉู่หลิวเยว่เอ่ยเสียงแผ่ว

“ไม่เป็นไรจริงๆ”

“ข้าจะดูเอง”

หรงซิวเอ่ยพร้อมหันหลังแล้วเดินไปหานาง

“จะ..เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

หรงซิวเดินมาอยู่ตรงหน้าแล้วจ้องมองลงมาที่นาง

ดวงหน้าที่มักอบอุ่นและสง่างามอยู่เสมอ กลับดูเหมือนถูกปกคลุมไปด้วยสายลมและหิมะบางเบา ทั้งยังมีความหนาวเย็นแผ่ซ่านอยู่เล็กน้อย

“ข้าหมายถึงว่าข้าต้องการเห็นมัน”

เสียงของเขาดูทุ้มกว่าปกติ ทุกคำที่เอื้อนเอ่ยราวกับลมที่พัดสายเครื่องดนตรีจนทำให้ดวงใจมัวเมา

“เจ้าจะทำเองหรือจะให้ข้าช่วย?”

น้ำเสียงของเขาไม่ผันเปลี่ยน แต่กลับมีพลังบางอย่างที่ไม่อาจปฏิเสธได้

ทันใดนั้น ฉู่หลิวเยว่ก็เอ่ยขึ้นมา

“ข้าทำเองได้!”

หรงซิวมองดูท่าทีเช่นนี้ของนาง ความเย็นยะเยือกระหว่างคิ้วก็ค่อยๆ ละลายหายไปในที่สุด และรอยยิ้มจางๆ พลันปรากฏขึ้นบนมุมปากสีชาด

“เจ้าทำเองคงไม่ไวเท่าข้าหรอก”

ดวงหน้าของฉู่หลิวเยว่แดงก่ำเล็กน้อย จ้องมองเขาด้วยความโกรธเคือง ก่อนจะคลายกระดุมเสื้อคลุมออกจนเผยให้เห็นไหล่ของนางที่ได้รับบาดเจ็บ

หัวไหล่กลมกลึงขาวดุจหิมะ มีบาดแผลจากกระบี่ยาวครึ่งนิ้วที่สมานตัวและตกสะเก็ดแล้ว ปรากฏเป็นสีชมพูแผ่ซ่านอยู่จางๆ

หรงซิวย่นคิ้วเล็กน้อย และดูเหมือนว่าดวงตาของเขานั้นเอ่อล้นด้วยความรู้สึกพลุ่งพล่าน

เขายื่นมือออกมาแล้ววางปลายนิ้วอันอบอุ่นลงบนนั้นอย่างแผ่วเบา

“เจ็บหรือไม่?”

ฉู่หลิวเยว่ส่ายศีรษะ

“ไม่เจ็บแล้ว”

บาดแผลเพียงเล็กน้อยนี้ไม่อาจเทียบได้เลยกับบาดแผลที่นางเคยได้รับมาก่อน

ฉู่หลิวเยว่นิ่งงัน มุมปากยกขึ้นยิ้มบางเบา

“มู่ชิงเห่อ”

หรงซิวจ้องมองนาง เขาเหยียดแขนยาวออกไปและโอบนางไว้ในอ้อมแขน

เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยแล้วจุมพิตตรงมุมปากของนาง

“เยว่เออร์ เจ้าไม่เป็นต้องยิ้มหากเจ้าไม่ต้องการ”

มือขาวเรียวยาวของฉู่หลิวเยว่จับเสื้อที่หน้าอกของเขาอย่างนุ่มนวล มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แต่สุดท้ายกลับหยุดลง

นางถอยกลับไปเพียงนิดแล้ววางศีรษะบนหน้าอกของเขาอย่างแผ่วเบา

กลิ่นหอมเย็นแสนคุ้นเคยโอบล้อมนางไว้ทันที ทำให้รู้สึกอุ่นใจอย่างยิ่ง

นางหลับตาลงเนิ่นนาน ก่อนจะถอนหายใจออกมา

นางบอกกับมู่หงอวี่ไปว่าไม่เคืองโกรธ แต่หากจะบอกว่าไม่แยแสสักนิดก็เป็นไปไม่ได้

เพียงแค่เวลาผันเปลี่ยน แม้สรรพสิ่งยังเหมือนเดิม แต่ผู้คนล้วนผันแปร หากนางยังคงยึดติดกับสิ่งเหล่านี้อยู่ อาจทำให้ดูทุกข์ยากอย่างยิ่ง

ทว่าหรงซิวเคยเห็นนางอยู่ในสภาพที่น่าเวทนาที่สุด

เช่นนั้นจึงมีเพียงเขาเท่านั้น ที่นางสามารถละทิ้งทุกสิ่งในใจและเผชิญหน้ากับทุกอย่างได้แท้จริง

นางส่ายศีรษะ

เดิมทีนางมีเรื่องราวมากมายที่ต้องการเอื้อนเอ่ย แต่เมื่อได้ยินคำกล่าวของหรงซิวและถูกโอบกอดไว้ในอ้อมแขนของเขาเช่นนี้ นางก็รู้สึกว่าไม่มีสิ่งใดต้องสนใจอีกต่อไป

เขารู้ในสิ่งที่นางคิดคำนึง และเข้าใจความรู้สึกที่นางไม่ได้เอ่ยออกมาทั้งหมด

เขารู้ถึงความเจ็บปวดในใจของนาง และรับผิดชอบในการบรรเทาบาดแผลของนางทั้งมวล

นางโอบเอวผอมบางของเขา ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบา

“หรงซิว”

ทว่าเพียงชั่วพริบตา เปลวไฟนั่นก็สลายหายไปทันที

หรงซิวจับคางของนางก่อนจะจุมพิตลงไป

เยี่ยนชิงเดินออกจากห้องและมุงหน้าไปยังทิศทางหนึ่ง

เพิ่งเดินออกมาได้ไม่ไกลนักก็มีคนตะโกนเรียกให้หยุดเสียก่อน

“ใต้เท้าเยี่ยนชิงจะไปแห่งใดหรือ?”

เขาหยุดฝีเท้าลงแล้วหันศีรษะมองดู

น้องแปดเอนกายพิงประตูอย่างเหนื่อยหน่าย ดูเหมือนว่าเพิ่งตื่นนอน

ระหว่างคิ้วของนางยังคงมีร่องรอยของความเหนื่อยล้า ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย จ้องมองมาทางนี้ด้วยสีหน้าคล้ายจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม ยิ่งขับให้นางดูมีเสน่ห์มากขึ้น

เสียงนางที่เคยอ่อนหวานและนุ่มนวลอยู่เสมอ ตอนนี้กลับแหบแห้งลงเล็กน้อย

แม้แต่ตัวนางเองก็คงไม่รู้เช่นกันว่าในขณะนี้นางมีเสน่ห์น่าดึงดูดเพียงใด

สายตาของเยี่ยนชิงจับจ้องดวงหน้านางชั่วขณะ

“เรื่องส่วนตัวประปราย”

“จะเป็นเรื่องส่วนตัวได้อย่างไร ข้าเห็นชัดว่าท่านกำลังจะไปหาองค์ชายมิใช่หรือ?”

น้องแปดหัวร่อเสียงแผ่วและเชิดคางขึ้น

“ข้าเสนอให้ท่านอย่าเพิ่งไปตอนนี้”

เยี่ยนชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เพราะเหตุใด?”

มุมปากน้องแปดแย้มยิ้มอย่างมีนัย

“เป็นเพราะ…นายท่านก็อยู่ด้วยอย่างไรเล่า!”

“ขอบใจแม่นางแปดนักที่เตือน เช่นนั้นข้าจะรอไปก่อน”

น้องแปดโบกมืออย่างเฉื่อยชา

“อย่าได้รอ! ข้าตื่นจากการหลับไปชั่วขณะแล้ว แต่ยังไม่เห็นผู้ใดเลย!”

เยี่ยนชิง “…”

คำกล่าวของน้องแปดทั้งตรงไปตรงมาแต่ก็มีความคลุมเครือ เขาถึงกับไม่รู้ว่าต้องตอบเช่นไรอยู่ครู่หนึ่ง

โชคดีที่เขาเป็นคนไม่ได้เอ่ยปากมากนัก เช่นนั้นน้องแปดจึงไม่ได้นึกใส่ใจ

นางนึกบางอย่างขึ้นมาได้ทันที ก่อนจะยกยิ้มออกมา

“ข้าจะไปยอดเขาโอสถพอดี ใต้เท้าเยี่ยนชิงจะไปด้วยกันกับข้าหรือไม่”

เยี่ยนชิงแทบจะเลือกปฏิเสธในทันที

“เกรงว่าจะไม่สะดวกนัก”

น้องแปดขยิบตา

“ไยจึงไม่สะดวกเล่า? รอให้พวกเรากลับมาถึงก่อน คาดว่าท่านจะได้เข้าพบพระโอรสแล้ว ข้าก็จะสามารถเข้าพบนายท่านของข้าได้เช่นกัน นี่มันดีมากเลยไม่ใช่หรือ? ไม่เพียงเท่านั้น…”

แววตานางเคลื่อนไหว ยกมือขึ้นอย่างหมดหนทาง

“อีกอย่าง ผู้คนมากมายยังไม่เคยพบท่าน ต่างคิดว่าข้าหลอกพวกเขา ช่วงนี้ก็มีคนมาตามหาข้าอีก ช่างน่ารำคาญ…”

เยี่ยนชิงค่อยๆ กระชับมือที่ถือกระบี่ให้แน่นยิ่งขึ้น

“ใคร?”

………………..

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์

Status: Ongoing
กล่าวได้ว่าชีวิตของ ฉู่หลิวเยว่ นั้นช่างแสนอาภัพ แม้เป็นบุตรสาวคนโตของตระกูลฉู่แต่กลับเป็นผู้ที่มีชีพจรไร้สามารถ ไม่อาจฝึกพลังใดได้จึงทำให้ถูกคนรังแกมาตั้งแต่เล็ก แม้แต่องค์รัชายาทที่เป็นคู่หมั้นก็ยังไม่เคยมาดูแลและคิดแต่จะถอนหมั้นกับนาง ชีวิตของฉู่หลิวเยว่คงดำเนินต่อไปเช่นนั้น หากน้องสาวคนดีของนางไม่ส่งนักฆ่ามาเพื่อสังหารนางทำให้ดวงวิญญาณแค้นของ ซั่งกวนเยว่ ได้เข้ามาครอบครองร่างนี้แทน คนไร้ค่าอย่างนั้นรึ นางที่เป็นอดีตองค์หญิงลิขิตสวรรค์ผู้แตกฉานด้านการแพทย์และเป็นผู้มากพรสวรรค์แห่งแคว้นย่อมไม่อาจยอมรับคำสบประมาทนี้ได้จริงๆ! ในเมื่อพวกเขาล้วนดูถูกผู้อ่อนแอ นางก็จะแสดงให้เห็นว่าคนอ่อนแอผู้นี้แหละจะเหยียบพวกเขาให้จมดินได้อย่างไร! ควบคุมสัตว์เทพอสูร หลอมรวมพลัง เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และยาพิษ เพื่อยื้อชีวิตเหล่ามนุษย์และทวยเทพ! นางขอสาบาน นางจะทำให้คนที่เคยทรยศเหยียดหยามนางพวกนั้นได้รับกรรมอย่างสาสมเป็นร้อยเท่าพันทวี! ตอนแรกทุกคนเตือนเขาว่า “ท่านหลีอ๋อง บุตรสาวที่ตระกูลฉู่ทอดทิ้งผู้นั้นไม่คู่ควรกับพระองค์!” ต่อมาทุกคนกลับเย้ยหยัน “องค์ชายผู้อ่อนแอ ไม่คู่ควรกับองค์หญิงลิขิตสวรรค์ผู้สูงส่ง!” #โรแมนติก #นิยายรัก #ย้อนยุค #รัก #แฟนตาซี #จีนโบราณ #คลั่งรัก #รักโรแมนติก #นางเอกเก่ง #นิยายจีน #แก้แค้น #inkstoneromance #ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ #inkstone #นิยายแปลนางเอกเก่ง #นิยายแปลกำลังภายใน #นิยายแปลคลั่งรัก #นิยายแปลเกิดใหม่ #นิยายแปลซ่อนคม

Options

not work with dark mode
Reset