Switch Mode

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ ตอนที่ 2401

มานี่สิ

ตอนที่ 2401 มานี่สิ

………………..

ณ ยอดเขาโอสถ

เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนก่อนที่ประตูสวรรค์จะปิดลง

ผู้คนในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ล้วนเตรียมพร้อมอย่างเคร่งครัดเพื่อรอรับสถานการณ์ภายภาคหน้า

บนยอดเขาโอสถมีผู้คนพลุกพล่านและยังมีความครื้นเครง

เมื่อน้องแปดกับเยี่ยนชิงมาถึงที่แห่งนี้ ก็ดึงดูดความสนใจจากผู้คนมากมายได้ในทันที

ดวงตานับไม่ถ้วนจ้องมองมาทางนี้

เมื่อเห็นว่าน้องแปดจับมือกับชายผู้หนึ่ง แทบทุกคนรู้สึกประหลาดใจ

“นั่นคือใคร! เหตุใดถึงสนิทสนมกับแม่นางแปดได้ถึงเพียงนั้น”

“มองดูแล้วไม่คุ้นเคย เหมือนกับว่า…มาใหม่งั้นหรือ”

“หรือว่าคือผู้ที่นางเคยเอ่ยถึงก่อนหน้านี้…คนรักอย่างนั้นหรือ”

“จริงหรือ”

“ดูเหมือนว่าชายผู้นั้นคือเทพศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่ ไม่คาดคิดว่ายังหนุ่มถึงเพียงนี้”

เสียงของบทสนทนามากมายดังขึ้นมา

น้องแปดรู้สึกพอใจอย่างยิ่ง ทั้งยังดึงมือของเยี่ยนชิงอีกด้วย

เยี่ยนชิงพลันเข้าใจแจ่มแจ้งและโน้มศีรษะลงเล็กน้อย

น้องแปดเข้าใกล้ใบหูของเขาแล้วหัวเราะเบาๆ

“ท่านพี่เยี่ยนชิงดูสิ ท่านยังมีศักยภาพพอที่จะนำเสนอ”

ขณะที่นางเอื้อนเอ่ย ลมหายใจร้อนก็รดใบหูและลำคอของเขา จนทำให้รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมา

“พวกเราไปทางนั้นเถิด มีสมุนไพรมากมายที่ต้องเก็บ”

น้องแปดเข้ามาใกล้มากจริงๆ

ขณะที่กล่าวอยู่นั้น เยี่ยนชิงก็รู้สึกถึงการสัมผัสที่ไม่ชัดเจนจากริมฝีปากอ่อนนุ่มของนาง

เขาพยักศีรษะเบาๆ

“ได้สิ”

น้องแปดเผยรอยยิ้มออกมา

เยี่ยนชิงดูเชื่อฟังยิ่งนัก ซึ่งถือว่าหายากอย่างยิ่ง!

ทันใดนั้น นางก็อยากจับใบหน้าของเขาเพื่อดูว่าภูเขาน้ำแข็งจะหลอมละลายหรือไม่

น้องแปดสับสนอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยั้งตนเองเอาไว้และดึงเขาไปยังยอดเขา

ตอนนี้นางรู้สึกคุ้นเคยกับที่แห่งนี้อย่างมาก

นางจำได้ชัดเจนว่าสมุนไพรอยู่แห่งใดและมีปริมาณเท่าไร

เช่นนั้นแล้ว หากต้องการสิ่งใดก็สามารถตามหาได้ทันที

เยี่ยนชิงเดินตามนางอย่างเชื่อฟัง

เสียงของทั้งสองแผ่วเบามากจนผู้อื่นแทบไม่ได้ยิน ด้วยเหตุนี้ในสายตาของพวกเขาจึงมองว่าการกระซิบข้างหูเป็นการแสดงความรักที่ใกล้ชิดอย่างยิ่ง

มีชายหนุ่มหลายคนที่ต้องหัวใจแหลกสลาย

“ดูเหมือนว่าแม่นางแปดจะชอบท่านผู้นั้นจริงๆ ไม่คาดคิดว่าจะใกล้ชิดกันถึงเพียงนี้”

“ชายผู้นั้นก็ดูไม่ธรรมดา มิน่าล่ะ นางถึงกล้าปฏิเสธเหลียงเหอเพื่อเขา”

“ช่างมันเถิด พวกเรามาเป็นห่วงตัวเองกันดีกว่า เวลาเหลือไม่มากแล้ว”

ซูจิ้งยืนอยู่ข้างลำธาร ขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับมองไปยังค่ายกลที่อยู่ไม่ไกลข้างหน้า

ท่าทีของเสินสื่อลำดับหนึ่งและเสินสื่อลำดับสองนั้นชัดเจนมากว่าจะให้นางหาหนทางแก้ไขด้วยตนเอง

ทว่า…

กล่าวแล้วดูเหมือนง่าย แต่เมื่อทำกลับยากยิ่งนัก!

ตลอดเวลาหนึ่งหมื่นปีที่ผ่านมา นางใคร่ครวญถึงวิธีการอย่างนับไม่ถ้วน แต่กลับยังจัดการกับค่ายกลแห่งนี้ไม่ได้

ตอนนี้เหลือเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งเดือน แล้วนางต้องทำเช่นไร

ซูจิ้งรู้สึกหดหู่อย่างมาก

หากแต่นางเองก็รู้ดีว่านี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายของนางแล้ว

เมื่อเกิดเรื่องราวมากมายข้างหน้า ฐานะของนางก็ตกอยู่ในภาวะอันตรายเข้าเสียแล้ว

หากยังอยู่ในสภาวะนี้ต่อไป…

ซูจิ้งไม่กล้าคิดต่อไปอีก

ทันใดนั้น เสียงของบทสนทนามากมายก็ดังขึ้นมาจากระยะไกล

“เจ้ากล่าวจริงหรือ แม่นางแปดมากับชายผู้หนึ่งจริงๆ งั้นหรือ”

“จริงอย่างแน่นอน! ทุกคนเห็นกับตาของตนเองแล้ว และพวกเขาทั้งสองยังใกล้ชิดกันมาก ใครๆ ก็ดูออกว่าทั้งสองเป็นคนรักกัน”

“ข้าจำได้ว่าชายผู้นั้นน่าจะชื่อว่าเยี่ยนชิง ได้ยินว่ามาเขามีนามเดียวกับใต้เท้าจั่วเสินเจียงที่อยู่ใกล้ชิดกับท่านเทพ”

“เมื่อครู่ข้ามองดูจากระยะไกลแล้ว ชายผู้นั้นเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน อีกทั้งยังหนุ่มอยู่มาก เรียกได้ว่ามีอนาคตอันกว้างไกล คนธรรมดาไม่สามารถเทียบเคียงได้ เมื่อยืนอยู่ข้างกายแม่นางแปดก็ดูเข้ากันได้เป็นอย่างดี”

ซูจิ้งคิ้วขมวดและเงยหน้าขึ้นมอง

ผู้คนที่สนทนากันอยู่เพียงแค่เดินผ่านทางนี้ แต่ไม่ได้เข้ามาใกล้สักนิด

ทว่าพวกเขาไม่ได้พยายามเบาเสียงลงขณะสนทนา ด้วยเหตุนี้ แม้จะอยู่ห่างกัน แต่ซูจิ้งยังคงได้ยินพวกเขาอย่างชัดเจน

ขณะนี้ที่นางได้ยินนามของน้องแปดก็รู้สึกหงุดหงิดไม่รู้จบ

ก่อนหน้านี้สักระยะหนึ่ง เมื่อพิจารณาจากคำกล่าวของผู้นั้น ซูจิ้งจะอดกลั้นเอาไว้และไม่ก่อปัญหาให้เกิดกับน้องแปด

น้องแปดกำลังยืนอยู่หน้าบึงน้ำแห่งหนึ่งกับเยี่ยนชิง

บึงน้ำมีต้นกกสีขาวสูงราวหนึ่งคนพลิ้วไหวไปตามกระแสลม

น้องแปดยืนอยู่ริมฝั่ง แล้วถอนหายใจออกมาทันควัน

“เฮ้อ คิดถึงสือฟังยิ่งนัก”

เยี่ยนชิงจ้องมองไปที่นาง

“เป็นอันใดหรือไม่”

น้องแปดยกมือขึ้นแล้วชี้ไปด้านหน้า

“เถาวัลย์เซียนเทพถูกฝังอยู่ข้างล่างและต้องขุดมันออกด้วยตนเอง เมื่อก่อนมีเพียงสือฟังที่คอยทำสิ่งนี้”

แท้จริงแล้วน้องแปดเองก็เคยทำสิ่งเหล่านี้มาก่อน

ท้ายที่สุดแล้ว ตอนนั้นอยู่ที่ท่าเรือดอกท้อ นางและสือฟังต่างก็ยุ่งวุ่นวายกับการจัดการสมุนไพรเหล่านั้นให้เรียบร้อย

ทว่าหากมีตัวเลือกที่สอง น้องแปดจะพยายามหลีกเลี่ยงมันให้ถึงที่สุด

เมื่อก่อน สือฟังคือตัวเลือกที่สองของนาง

ทว่าตอนนี้…

นางจ้องมองไปยังเยี่ยนชิง

เยี่ยนชิงเข้าใจสิ่งที่นางต้องการสื่อในทันที

“ข้าจะช่วยเจ้าเอง”

น้องแปดออดอ้อนโดยพลัน

“ท่านพี่เยี่ยนชิงดีที่สุดเลย”

เยี่ยนชิงไร้คำกล่าวใด เขาหันหลังแล้วย่างเท้าไปทางบึงน้ำลึก

เยี่ยนชิงหยุดฝีเท้าแล้วขมวดคิ้ว

น้องแปดหันหน้ากลับมา

เฮ้อ ไยจึงเป็นท่านผู้นี้อีกแล้ว

“เสินสื่อลำดับแปด ท่านรอข้าอยู่ทุกวันหรือ มิเช่นนั้น เหตุใดข้าถึงพบท่านเสมอ ไม่ว่าข้าจะอยู่แห่งหนใดก็ตาม”

ซูจิ้งยิ้มอย่างเยือกเย็น ดวงตาจ้องมองไปยังเยี่ยนชิงและกำลังจะเอ่ยวาจาเสียดสี แต่ทันใดนั้นสีหน้ากลับแปรเปลี่ยน

แผ่นหลังนี้

เมื่อฉู่หลิวเยว่ตื่นขึ้นมา ก็เป็นเวลาพลบค่ำเสียแล้ว

ท้องฟ้าเริ่มมืดดับลง

นางลืมตาขึ้นอย่างงุนงง รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว ราวกับว่าร่างกายจะแหลกสลาย

และไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ครานี้หรงซิวดูเหมือนจะ…

ทันทีที่นางเคลื่อนไหวก็มีร่างกายอันอบอุ่นแนบชิดเข้ามาที่ด้านหลัง

หรงซิววางแขนไว้ใต้เอวของนางและดึงนางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างง่ายดาย

ฉู่หลิวเยว่วางสองมือของนางไว้บนอกของเขา นางลืมตาขึ้นและส่ายศีรษะอย่างน่าสงสาร

หรงซิวหัวเราะในลำคอแล้วเข้ามาจุมพิตนาง

“ข้าไม่รังแกเจ้าหรอก”

ฉู่หลิวเยว่เริ่มรู้สึกโล่งใจขึ้นบ้าง และอดไม่ไหวที่จะเอ่ยออกไป

“รังแกเสร็จสิ้นแล้วก็มากล่าวเช่นนี้ ช่างไร้ซึ่งความจริงใจเสียจริง”

เสียงที่ปกติจะสดใสกลับเจือความแหบแห้งเล็กน้อย

ดวงตาของหรงซิวดูลึกซึ้ง และริมฝีปากบางของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย

“เจ้ารู้ได้อย่างใดว่าเสร็จสิ้นแล้ว มิใช่เพราะสามีจิตใจดีจึงหยุดลงหรอกหรือ”

ใบหน้าของฉู่หลิวเยว่พลันเปลี่ยนเป็นสีแดง

บุรุษผู้นี้…

ทว่าหรงซิวก็ทำตามที่กล่าวไว้จริงๆ หลังจากใช้เวลาอยู่กับความรู้สึกสักพัก เขาก็อุ้มนางขึ้นและไปชำระร่างกาย

แต่เขาเองไม่ได้อยู่นานนักก็ออกไป

หลังจากฉู่หลิวเยว่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยจึงกลับมายังห้องนอน และพบว่าหรงซิวนั่งลงประจำที่แล้ว

ตรงหน้าของเขามีกระดานหมากรุกวางอยู่

เมื่อได้ยินเสียง เขาจึงเงยหน้าขึ้นมอง

แสงสว่างที่สะท้อนเข้าไปในดวงตาของเขานั้นล้ำลึกดั่งมหาสมุทร

“เยว่เออร์ มานี่สิ”

………………..

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์

Status: Ongoing
กล่าวได้ว่าชีวิตของ ฉู่หลิวเยว่ นั้นช่างแสนอาภัพ แม้เป็นบุตรสาวคนโตของตระกูลฉู่แต่กลับเป็นผู้ที่มีชีพจรไร้สามารถ ไม่อาจฝึกพลังใดได้จึงทำให้ถูกคนรังแกมาตั้งแต่เล็ก แม้แต่องค์รัชายาทที่เป็นคู่หมั้นก็ยังไม่เคยมาดูแลและคิดแต่จะถอนหมั้นกับนาง ชีวิตของฉู่หลิวเยว่คงดำเนินต่อไปเช่นนั้น หากน้องสาวคนดีของนางไม่ส่งนักฆ่ามาเพื่อสังหารนางทำให้ดวงวิญญาณแค้นของ ซั่งกวนเยว่ ได้เข้ามาครอบครองร่างนี้แทน คนไร้ค่าอย่างนั้นรึ นางที่เป็นอดีตองค์หญิงลิขิตสวรรค์ผู้แตกฉานด้านการแพทย์และเป็นผู้มากพรสวรรค์แห่งแคว้นย่อมไม่อาจยอมรับคำสบประมาทนี้ได้จริงๆ! ในเมื่อพวกเขาล้วนดูถูกผู้อ่อนแอ นางก็จะแสดงให้เห็นว่าคนอ่อนแอผู้นี้แหละจะเหยียบพวกเขาให้จมดินได้อย่างไร! ควบคุมสัตว์เทพอสูร หลอมรวมพลัง เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และยาพิษ เพื่อยื้อชีวิตเหล่ามนุษย์และทวยเทพ! นางขอสาบาน นางจะทำให้คนที่เคยทรยศเหยียดหยามนางพวกนั้นได้รับกรรมอย่างสาสมเป็นร้อยเท่าพันทวี! ตอนแรกทุกคนเตือนเขาว่า “ท่านหลีอ๋อง บุตรสาวที่ตระกูลฉู่ทอดทิ้งผู้นั้นไม่คู่ควรกับพระองค์!” ต่อมาทุกคนกลับเย้ยหยัน “องค์ชายผู้อ่อนแอ ไม่คู่ควรกับองค์หญิงลิขิตสวรรค์ผู้สูงส่ง!” #โรแมนติก #นิยายรัก #ย้อนยุค #รัก #แฟนตาซี #จีนโบราณ #คลั่งรัก #รักโรแมนติก #นางเอกเก่ง #นิยายจีน #แก้แค้น #inkstoneromance #ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ #inkstone #นิยายแปลนางเอกเก่ง #นิยายแปลกำลังภายใน #นิยายแปลคลั่งรัก #นิยายแปลเกิดใหม่ #นิยายแปลซ่อนคม

Options

not work with dark mode
Reset