บทที่ 1 เขาหลอกเธอ
“ฉันจะยึดบริษัทคืนมา และฆ่าเสิ่นเจียกับเหมิงเจียงอวี่ทิ้งซะ!”
เสิ่นเมิ่งนั่งอยู่บนตักของผู้ชายคนหนึ่ง เธอกดมือของเขาที่กำลังไต่ขึ้นมาใต้กระโปรงอันแสนสั้นของเธอ และเอ่ยขึ้นด้วยความแค้นที่ฝังลึกในกระดูกจนทำให้ดวงตาของเธอแดงก่ำราวกับสีเลือด
ครืน~
แสงจากฟ้าแลบวาบผ่านหน้าต่างสาดส่องไปที่ใบหน้าของชายคนนั้น ทำให้เห็นใบหน้าคมสันราวกับรูปปั้นชั่วขณะ ทั้งหล่อเหลา แต่แฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขาม
เขาพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาสีดำสนิทภายใต้ขนตายาวหนาเปล่งประกายออกมาอย่างเย็นชา บรรยากาศรอบตัวเขาเต็มไปด้วยความกดดันของผู้มีอำนาจ
เสิ่นเมิ่งสั่นเทิ้มไปทั่วทั้งตัวอย่างรุนแรง แต่เธอก็รีบข่มความหวาดหวั่นไว้ในใจ แล้วเงยหน้าขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เพื่อสบตากับดวงตาแสนเย็นชาคู่นั้น
“คุณอวิ๋นคะ ตามที่ตกลงกันไว้… ฉันให้ในสิ่งที่คุณต้องการแล้ว คุณก็ต้องตกลงทำอย่างหนึ่งให้ฉันเหมือนกันนะคะ!”
เสิ่นเมิ่งมาที่นี่ก็เพื่อเรื่องนี้เรื่องเดียว เธอพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อแก้แค้นและเอาทุกอย่างที่เป็นของตัวเองกลับคืนมา
“เฮอะ..!”
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคออย่างกะทันหัน ใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั้นงดงามราวกับเทพบุตร แต่คำพูดที่ถูกเปล่งออกมากลับหยาบคายและน่ารังเกียจอย่างยิ่ง
“เธอพยายามทุกวิถีทางที่จะปีนขึ้นเตียงของฉัน จะยอมพลีกายเข้าหาฉัน…ที่แท้ก็เพื่อผลประโยชน์งั้นเหรอ? แต่ว่า…”
เขาชักมือออกอย่างกะทันหัน ก่อนจะบีบคางเรียวบางของเสิ่นเมิ่งด้วยดวงตาสีดำที่หรี่ลงอย่างพินิจพิเคราะห์
“การทำธุรกิจต้องมีความยุติธรรม ถ้าอยากให้ฉันทำอะไรบ้าง… งั้นเธอมีเงื่อนไขอะไรจะเสนอล่ะ?”
“ฉัน…” เสิ่นเมิ่งถูกจ้องมองโดยดวงตาสีดำสนิทเรียวยาวคู่นั้นจนตัวแข็งทื่อ ทำให้ความกล้าหาญที่มีเมื่อครู่ค่อย ๆ จางหายไป อีกทั้งน้ำเสียงที่เปล่งออกไปก็เกิดความลังเล
“คุณอวิ๋น เอ่อ… ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะคะ”
“ถ้าหากเป็นครั้งแรกของคุณหนูเสิ่นผู้สูงศักดิ์และหยิ่งทะนงก็ย่อมเป็นทุนที่พอมีค่าอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เธอก็เป็นแค่ตัวตลกในซ่องเท่านั้น แถมใบหน้านี้ยัง…”
ชายหนุ่มเหยียดยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวลากไปที่แก้มของเธอและถูวนไปมาอย่างรวดเร็วจนรองพื้นหนาเตอะถูกเช็ดออกไป เผยให้เห็นรอยแผลเป็นสีแดงก่ำหลายรอยที่พาดผ่านไปมาอย่างบิดเบี้ยวราวกับไส้เดือน
เขาปล่อยมือและแสดงสีหน้ารังเกียจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเอ่ยคำเสียดแทงหัวใจขึ้นมาทันที
“ขี้เหร่ขนาดนี้ ต่อให้เป็นครั้งแรกของเธอก็ไม่มีค่าหรอก”
“ไม่นะ!”
เสิ่นเมิ่งปิดบังใบหน้าของตัวเอง และส่งเสียงสะอื้นอันเจ็บปวดออกมาจากลำคอของเธอ รอยแผลเป็นพวกนั้นเกิดจากเสิ่นเจียและเหมิงเจียงอวี่มัดเธอไว้บนเตียงผ่าตัด แล้วใช้มีดกรีดลงไปทีละแผล!
เธอรู้สึกเกลียดทั้งสองคนนั้นมาก และแน่นอนว่าต้องแก้แค้นให้ได้!
“ได้โปรดเถอะ! คุณอวิ๋น ช่วยฉันด้วยเถอะ!”
เสิ่นเมิ่งทรุดตัวและคุกเข่าลงอย่างกะทันหัน ก่อนจะโขกหัวคำนับจนหน้าผากกระแทกพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า แถมยังตะโกนขอความช่วยเหลือจนเสียงแหบแห้ง
“ช่วยเธองั้นเหรอ?… เป็นไปไม่ได้หรอก!”
อวิ๋นโม่เทียนเอนกายพิงโซฟาอย่างสบายอารมณ์ แต่สายตากลับจับจ้องไปที่เอวคอดกับขาอ่อนของเสิ่นเมิ่งที่เรียวยาวและกระชับจากการเต้นบัลเลต์มานานหลายปี ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงไป ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องพูดคุยในทันใด
“แต่ถ้าเธอสามารถรับใช้ฉันจนพอใจได้ละก็…”
‘มีโอกาสงั้นเหรอ?’
ดวงตาที่สิ้นหวังของเสิ่นเมิ่งกลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง เธอรีบถอดกระโปรงออกอย่างรวดเร็วด้วยความคล่องแคล่ว ก่อนจะคลานขึ้นไปบนตักของผู้ชายคนนั้นด้วยตัวเอง
ฉากรักอันเร่าร้อนและรุนแรงของชายหญิงในระหว่างที่ฟ้าแลบฟ้าร้องกำลังดังอยู่นอกหน้าต่างอย่างไม่ขาดสาย ราวกับว่าเป็นดนตรีประกอบฉากรักอันร้อนแรงอย่างไรอย่างนั้น
หลังจากปรนเปรอชายตรงหน้าอย่างหนักหน่วง เสิ่นเมิ่งก็ไม่กล้านอนลงแม้ว่าจะรู้สึกราวกับร่างกายกำลังจะแตกสลายก็ตาม
เธอได้แต่คุกเข่าจ้องมองใบหน้าที่ดูพึงพอใจของชายคนนั้นและเฝ้ารอให้เขาเป็นคนเอ่ยปากออกมาอย่างคาดหวัง
“คุณอวิ๋น คุณพอใจหรือเปล่าคะ?”
“อืม…”
ผู้ชายคนนั้นส่งเสียงตอบรับครวญครางในลำคอเพียงเล็กน้อย แต่ทว่าเสียงอันแผ่วเบานั้นกลับทำให้ดวงตาของเสิ่นเมิ่งเปล่งประกายขึ้นมาอีกครั้ง
“แล้วคุณจะลงมือเมื่อไหร่ล่ะคะ? คุณคงต้องรีบหน่อยแล้วล่ะ เพราะเวลาของฉันเหลือไม่มากแล้ว…”
“ใครบอกว่าฉันจะลงมือ?”
ไม่คาดคิดว่าอวิ๋นโม่เทียนที่นั่งอยู่บนโซฟาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย และเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“แต่เมื่อกี้คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าถ้าฉันทำให้คุณพอใจคุณจะ…”
เสิ่นเมิ่งพึมพำออกมา ทว่ายังพูดไม่ทันจบก็ถูกชายหนุ่มขัดจังหวะอย่างเย็นชา
“เมื่อกี้ฉันก็บอกไปแล้วนะ… ว่าการช่วยเธอมันเป็นไปไม่ได้”
“คุณ…”
เสิ่นเมิ่งอึ้งไปทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เธอจ้องมองใบหน้าสุดเย็นชาของชายหนุ่มอย่างไม่อยากเชื่อนานพอสมควรกว่าจะเข้าใจ และเมื่อตั้งสติได้จึงเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“คะ… คุณหลอกฉัน?”
“ใช่แล้ว!”
ชายหนุ่มหันมามองเธอด้วยสายตาที่มั่นใจและไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
“ผู้หญิงโง่ ๆ แบบเธอก็สมควรโดนหลอกแล้วละ!”