ตอนที่ 2403 ทำไม่ลง (จบภาคปัจจุบัน)
………………..
รอยยิ้มบนดวงหน้าน้องแปดจางลงไปมาก
นางไหวข้อมือแล้วส่งเสียงหัวเราะออกมาแผ่วเบา
“บังเอิญจริง วันนี้ข้าเองก็ไม่ได้อยากมอบฝ่ามืออรหันต์ให้เสินสื่อลำดับแปดสักเท่าใด หนังหน้าของเจ้าหนาเกินไป เกิดทำมือข้าเจ็บขึ้นมาจะทำอย่างใด?”
“เจ้า!”
มิมีผู้ใดที่ได้ยินคำพูดเช่นนี้แล้วจะอดทนต่อไปได้ มิหนำซ้ำยังเป็นซูจิ้งที่มีบุญคุณความแค้นกับน้องแปดด้วยยิ่งแล้วใหญ่
แต่ตอนนี้นางสนใจอีกเรื่องหนึ่งมากกว่า
นางเหลือบสายตาขึ้นไปมองทางบึงต้นกก ร่างเงาร่างนั้นหายวับไปโดยสิ้นเชิง
น้องแปดเห็นท่าทีเช่นนี้ของนาง ใจพลันไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันควัน
“เสินสื่อลำดับแปด เจ้าจ้องท่านพี่เยี่ยนชิงของข้าด้วยเหตุใดกัน”
สายตาเช่นนี้…
ช่างชวนให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนัก
สายตาของซูจิ้งเย็นเยียบ หมายจะลงมือในทันใด!
ชิ้ง!
จู่ๆ ก็มีกระบี่ยาวเล่มหนึ่งทะยานออกมาจากส่วนลึกของบึงต้นกก แล้วพุ่งตรงเข้าหาซูจิ้ง!
ซูจิ้งตื่นตกใจ รีบเก็บมือทันที นางสะกิดฝ่าเท้าถอยหลังไปหลายก้าว ถึงหลบหลีกกระบี่ไปได้อย่างหวุดหวิด
นางมองไปทางกระบี่เล่มนั้นด้วยสายตาตกตะลึงแกมฉงน
นั่นเป็นเพียงแค่กระบี่ธรรมดาเล่มหนึ่ง ทว่า
พลังที่บรรจุอยู่บนกระบี่นั้นน่าหวาดหวั่นอย่างยิ่ง!
มีอยู่ข้อหนึ่งที่ต้องยอมรับ
แม้เยี่ยนชิงผู้นี้จะสงวนถ้อยคำพาที มักทำตัวเย็นชาดุจภูเขาน้ำแข็งอยู่ตลอดก็มิปาน แต่พลังต่อสู้นั้นน่าตื่นตกใจโดยแท้
อย่างเช่นตอนนี้ แม้ว่าคนจะไม่ได้อยู่ต่อหน้า แต่ก็ลงมือได้โหดเหี้ยมแม่นยำ!
ครั้นได้คนคอยสนับสนุน น้องแปดก็ยิ่งกระหยิ่มยิ้มย่อง
“เสินสื่อลำดับแปด ข้าคู่ควรจะเป็นเซียนหมอหรือไม่ คนที่ตัดสินใจหาใช่เจ้าไม่ อีกอย่าง อย่างข้ามิอาจเรียกได้ว่ารบกวนผู้อื่น ท่านพี่เยี่ยนชิงเป็นคนของข้า อย่าว่าแต่ช่วยข้าเก็บเถาวัลย์เทพเซียนเลย กระทั่งช่วยนวดหลังนวดไหล่ แต่งองค์ทรงเครื่องให้ข้า ก็เป็นเรื่องควรทำทั้งนั้น นี่เรียกว่ารสนิยม รสนิยมน่ะ เจ้าเข้าใจไหม”
น้องแปดพูดพลางเตะเท้าที่สวมรองเท้าอยู่ออกไป นี่ยังดีหนา กระทั่งรองเท้าใต้เท้าเยี่ยนชิงยังช่วยนางสวมด้วย
หากพูดออกไปก็กลัวว่าเสินสื่อลำดับแปดผู้นี้จะไม่โมโหจนตายเลยหรือ
ซูจิ้งโมโหจนสั่นไปทั่วร่างเข้าจริงๆ แล้ว
“เจ้าช่าง”
ยังไม่ทันพูดจบ เสียงกระหึ่มกึกก้องสายหนึ่งพลันแว่วดังมาจากเบื้องหลังของซูจิ้ง
นางตื่นตกใจขึ้นมาโดยพลัน รีบหันศีรษะกลับไปมองทันที
ไกลออกไป มีค่ายกลสีน้ำฟ้าอ่อนปรากฏให้เห็นคล้ายมีคล้ายไม่มี
ลำแสงบนค่ายกลนั้นเคลื่อนฉวัดเฉวียนไปมา ทอประกายเจิดจ้าแวววับ
ในตอนนี้ผืนฟ้ามืดดำมากแล้ว ค่ายกลอันนั้นจึงเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ
ยามรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่แผ่ออกมาจากค่ายกล ซูจิ้งก็นิ่วหน้า
เหตุใดถึงได้เอาอีกแล้วเล่า?
แต่ไม่มีทางเลือก นางต้องรีบไปทันที
มิเช่นนั้นหากกลับไปแล้วเกิดเรื่องขึ้นจะกลายเป็นปัญหาอีก
นางตวัดสายตามองน้องแปดอย่างไม่ยินยอม ก่อนสายตาจะเลื่อนกวาดไปยังบึงต้นกกด้านหลังนาง
แม้ความเป็นไปได้จะมีน้อยนิดมาก แต่ในใจของนางยังคงบังเกิดความกระวนกระวายขึ้นมาหลายส่วนโดยไม่มีสาเหตุ
อย่างไรเสียคนผู้นี้ก็อยู่ในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ หาทางเจอกันสักครั้งจะไปยากอะไร
คิดมาถึงตรงนี้ ซูจิ้งก็หมุนกายจากไปโดยไม่ลังเล
นัยน์ตางามหยดย้อยของน้องแปดหรี่เข้าหากันทันใด พลางทอดมองค่ายกลอันนั้นด้วยสายตาครุ่นคิด
ลมสายหนึ่งพัดโชยมา ยกเอาถวนซิ่นจื่อระหว่างเอวนางให้ลอยตามลม
ในตอนนั้นเอง ด้านหลังพลันแว่วสุ้มเสียงหนึ่ง
น้องแปดหันศีรษะกลับไป พบว่าเป็นเยี่ยนชิงกำลังเดินออกมาจากบึงต้นกก
ในมือของเขากำเถาวัลย์เทพเซียนไว้จำนวนหนึ่ง
จากนั้น เขาก็ยกมือขึ้น กระบี่เล่มนั้นจึงทะยานกลับเข้าสู่มือของเขาในที่สุด
เขามาหยุดอยู่ตรงหน้าน้องแปด ก่อนจะยื่นเถาวัลย์เทพเซียนส่งให้
แม้จะเติบโตในบ่อโคลน แต่เถาวัลย์เทพเซียนชนิดนี้ก็ยังคงเขียวเข้มทั้งเส้นดุจหยกก็มิปาน สัมผัสของมันเรียบลื่น และคงไว้ซึ่งความสะอาดกระจ่างอย่างมาก
“ขอบคุณมาก ท่านพี่เยี่ยนชิง!”
น้องแปดรับเอาเถาวัลย์เทพเซียนมาพลางส่งยิ้มให้เยี่ยนชิง
สีหน้าของเยี่ยนชิงวูบไหวน้อยๆ
“คนเมื่อครู่ก็คือเสินสื่อลำดับที่แปด?”
น้องแปดผงกศีรษะ จากนั้นก็ตวัดสายตาไปมองเขา แล้วกัดริมฝีปากเข้าหากัน เอ่ยถามแกมหัวเราะว่า
“ท่านพี่เยี่ยนชิงเกอเกอ เหมือนว่าเสินสื่อลำดับแปด…จะสนใจเจ้าอยู่หน่อยๆ ด้วย”
“ไม่มีทาง”
เยี่ยนชิงโพล่งออกไปโดยไม่แม้แต่จะคิด
น้องแปดเถียงกลับไปว่า
“เจ้ารู้ได้อย่างใดว่าเป็นไปไม่ได้ หากเมื่อครู่ข้าไม่รั้งเอาไว้ นางก็คงเข้าไปหาเจ้าแล้ว!”
ริมฝีปากบางของเยี่ยนชิงเม้มเข้าหากันน้อยๆ กล่าวว่า
“ข้าหมายถึง นางไม่เคยเจอข้าเลยสักครั้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นเลย”
น้องแปดแค่นเสียงในลำคอแผ่วเบาคราหนึ่ง
“นั่นก็ใช่ว่าจะยืนยันได้ เสินสื่อลำดับแปดผู้นี้นิสัยใจคอประหลาดพิกลนัก อีกอย่างดูเหมือนว่านางจะมีความพิเศษต่อใต้เท้าจั่วเสินเจียงผู้นั้นอย่างใดอย่างนั้น…อ๊า!”
นางพลันส่งเสียงออกมาอย่างตื่นตกใจ
“นางคงไม่ได้เป็นคนรักกับคนผู้นั้นหรอกกระมัง”
พอมาคิดเรื่องที่ซูจิ้งบังคับให้เยี่ยนชิงเปลี่ยนชื่อก่อนหน้านี้แล้ว หากมิใช่เพราะมีอะไร เหตุใดถึงได้ใส่ใจกับเรื่องพรรค์นี้มากมายปานนั้น?
เยี่ยนชิงขมวดคิ้วนิ่วหน้าอย่างหาดูได้ยาก
“พูดจาอันใดเหลวไหล”
“ข้าพูดเหลวไหลตรงไหน?”
ริมฝีปากแดงระเรื่อของน้องแปดเบะออก
“เจ้าไม่เห็นน่ะสิ วันนั้นนางปกป้องใต้เท้าจั่วเสินเจียงผู้นั้นขนาดไหน! ท่าทางกับคำพูดคำจาก็ดูสนิทสนมใกล้ชิดกันมาก! เจ้าว่าถ้าระหว่างพวกเขามีสิ่งใดจริงๆ เช่นนั้นที่ข้าล่วงเกินนาง ก็เท่ากับว่าไปล่วงเกินใต้เท้าจั่วเสินเจียงมิใช่หรือไร”
เยี่ยนชิงมองดูนาง
“เจ้ายังกังวลเรื่องนี้อยู่อีก?”
หากว่านางเกรงกลัว ตอนนั้นก็คงไม่หวดฝ่ามือใส่ซูจิ้ง
น้องแปดมองค้อนเขาคราหนึ่ง
“ต้องกลัวอยู่แล้วสิ! ได้ยินว่าจั่วเสินเจียงผู้นั้นเก่งกาจมาก! หากเขามาหาเรื่องข้า”
“ไม่มา”
เยี่ยนชิงเอ่ยแทรกนาง
น้องแปดแค่นเสียงในลำคอแผ่วเบา
“ใครจะไปรู้เล่า…”
พูดมาถึงตรงนี้ นางพลันหันมองเยี่ยนชิง กล่าวถามว่า
“ข้ากับซูจิ้ง ใครงามกว่ากัน”
เยี่ยนชิงชะงักไป
น้องแปดผลักเขาเบาๆ
“รีบตอบมา”
ถ้อยคำของเยี่ยนชิงกระชับรัดกุม
“เจ้า”
น้องแปดถึงได้คลี่ยิ้มออกมา พลางลูบใบหน้าของตนแผ่วเบา
“ข้าคิดว่างั้นเหมือนกัน! เช่นนั้นข้าก็สบายใจแล้ว! เจ้าว่าตัวข้างดงามเพียงนี้ จั่วเสินเจียงผู้นั้นจะลงมือกับข้าได้ลงคอหรือไม่”
เยี่ยนชิงมองดูนาง เนิ่นนานทีเดียวกว่าเอ่ยตอบออกไป
“ทำไม่ลง”
………………..