Switch Mode

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ ตอนที่ 2400

แต่งเข้า

ตอนที่ 2400 แต่งเข้า

………………..

น้องแปดเหยียดกายอย่างเกียจคร้าน เผยให้เห็นถึงบั้นเอวอันผอมบาง

ลูกปัดหินหยกหลากสีร้อยเรียงอยู่ตรงชายเสื้อคลุมส่งเสียงกริ๊งๆ และพลิ้วไหวแผ่วเบา ซึ่งดึงดูดสายตาอย่างยิ่ง

“ข้าจะจำได้อย่างใดเล่า”

หางเสียงของนางยืดยานเล็กน้อย ทั้งบริสุทธิ์และอ่อนหวาน

ในสายตาของนาง คนเหล่านั้นดูเหมือนกันทั้งสิ้น และแยกไม่ออกว่าดีหรือไม่

เยี่ยนชิงเม้มปากเล็กน้อย และคลายฝ่ามือออกเพียงนิด

น้องแปดเห็นว่าเขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดจึงยักไหล่แล้วเอ่ยเสียงแผ่ว

“เฮ้อ ในเมื่อใต้เท้าเยี่ยนชิงไม่อยากไป เช่นนั้นก็…”

“ไปกันเถิด”

เยี่ยนชิงกล่าว

สีหน้าของเขายังคงเหมือนเดิม ดูไม่ออกว่ารู้สึกเช่นไรอยู่

ตราบใดที่ไม่ต้องพบเจอคนเหล่านั้นก็คงจะไม่มีปัญหาใด

น้องแปดเผยรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า

“ได้!”

นางย่างเท้าไปยังตรงหน้าเยี่ยนชิงด้วยก้าวเล็กๆ

สายลมหอมเย็นพัดพาเข้ามาสัมผัสใบหน้า

“เช่นนั้นแล้ว พวกเราไปกันดีหรือไม่”

เยี่ยนชิงไร้ซึ่งการขยับเขยื้อน แต่ดวงตาของเขากลับจ้องมองที่ดวงหน้าของนาง

นางเปรียบเหมือนกระแสลมที่พัดผิวน้ำจนเกิดคลื่นอย่างเงียบงัน

น้องแปดเดินออกไปก้าวหนึ่ง ครั้นพบว่าเยี่ยนชิงไม่ได้เดินตามมา นางจึงเดินกลับมาหาเขาอีกครา

“ใต้เท้าเยี่ยนชิง มีอันใดหรือไม่”

นางสัมผัสใบหน้าของตนเอง

ใบหน้าของนางมีสิ่งสกปรกติดอยู่งั้นหรือ

เยี่ยนชิงหยุดชะงักก่อนเอ่ยขึ้นมา

“ผมของเจ้ายุ่งเหยิงนัก”

น้องแปดสะดุ้งตกใจ ตาคู่สวยกระพริบลงแผ่วเบา จากนั้นจึงคว้าแขนของเยี่ยนชิงด้วยมือข้างหนึ่ง

เยี่ยนชิงคิ้วขมวดเล็กน้อย

“มีอันใดหรือ”

น้องแปดดึงเขาไว้ไม่ไหว นางจึงดันมือเขาไปด้านข้างแล้วขยับเข้าใกล้

“ขอข้าดูหน่อย”

เยี่ยนชิงก้มศีรษะลงและพบว่าน้องแปดกำลังจ้องมองกระบี่ในอ้อมแขนของเขาอยู่

กระบี่เล่มนั้นแวววาวและคมกริบ สะท้อนให้เห็นใบหน้าของนางได้อย่างเด่นชัด

แท้ที่จริงคือนำมันมาใช้เป็นกระจก

เยี่ยนชิงเริ่มกระจ่าง ชั่วขณะหนึ่งเขาไม่รู้ว่าควรเคลื่อนไหวหรือไม่ จึงทำได้เพียงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

น้องแปดเอนตัวไปข้างหน้าเพียงนิด จ้องมองภาพสะท้อนของตนผ่านกระบี่อย่างระมัดระวัง และพึมพำเสียงเบา

“มันยุ่งนิดหน่อยนี่”

นางเข้ามาชิดใกล้ เส้นผมบางส่วนพลิ้วไหวตามสายลม ปัดผ่านหลังมือของเยี่ยนชิงเบาๆ ก่อให้เกิดความรู้สึกใจสั่นแปลกๆ ชอบกล

มือของเขาค่อยๆ กระชับแนบแน่น มีเส้นเลือดสีเขียวปรากฏจางๆ บนฝ่ามือเพรียวบางแต่แข็งแรง

น้องแปดรู้เสมอว่าต้องแต่งตัวอย่างไรให้ดูงดงามที่สุด

“เช่นนี้ดีหรือไม่”

น้องแปดเงยศีรษะแล้วเอียงไปทางเยี่ยนชิง

ยามที่นางเคลื่อนไหว ปิ่นปักผมก็แกว่งไกวอย่างแผ่วเบา มันดูมีเสน่ห์ยิ่งนักเมื่ออยู่ข้างปลายใบหูนุ่มนวลและขาวเนียนจนแทบโปร่งแสงของนาง

ขณะนี้ ความเหนื่อยหน่ายระหว่างคิ้วของนางพลันหายไป และรอยแดงจางๆ บนแก้มของนางก็ลดลงมากเช่นกัน

เหลือเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่ยังคงเปล่งประกาย

เยี่ยนชิงรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกระแทกตรงดวงใจของเขา

เขาจ้องมองไปยังประกายตาของนาง

บริสุทธิ์และงดงาม เย้ายวนใจไร้เล่ห์เหลี่ยม

ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจของเยี่ยนชิงว่า เขาไม่ควรออกไป

หากนางออกไปในสภาพเช่นนี้ ต้องถูกผู้คนมากมายพบเห็นเป็นแน่

ทว่าเขาเรียกสติคืนกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อตระหนักถึงความคิดที่ผุดขึ้นมาในใจ เขาเม้มริมฝีปากปากแน่นและดวงใจก็เต้นระส่ำ

ไยเขาจึงคิดเช่นนี้

น้องแปดงดงามและเย้ายวน ทั้งยังชื่นชอบความครื้นเครงเป็นที่สุด

ยิ่งไปกว่านั้น การที่นางไปยังยอดเขาโอสถในตอนนี้ ชัดเจนว่ามีสิ่งใดที่ต้องทำ

เขาไม่ควรมีความคิดเช่นนี้เลย

เมื่อเห็นเยี่ยนชิงเงียบอยู่เป็นเวลานาน ถึงขั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย น้องแปดจึงมีสีหน้างุนงง

“หรือว่าข้าดูไม่ดีเช่นนั้นหรือ”

จะเป็นไปได้อย่างไร รสนิยมทางความงามของนางไม่เคยผิดพลาด สิ่งนี้ชัดเจนว่าดีมาก!

เยี่ยนชิงได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง เขาจ้องมองนางและนิ่งไปชั่วครู่ ในที่สุดก็เอ่ยออกมา

“งามนัก”

งดงามอย่างยิ่ง

น้องแปดถอนหายใจเบาๆ

ใช้เวลาตั้งเนิ่นนาน เอ่ยแค่สองคำเท่านั้นหรือ

ใต้เท้าเยี่ยนชิงท่านนี้ ช่างเอ่ยวาจาน้อยนัก

แต่หากโต้เถียงกับเขาเรื่องเหล่านี้คงไร้ประโยชน์ใดใด

น้องแปดตอบรับคำชมนั้นอย่างไม่เต็มใจนัก

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นอยู่ดีไม่ใช่หรือ

“เช่นนั้นก็ดี”

มุมปากนางโค้งขึ้น จากนั้นจึงหันกายกลับและกำลังจะจากไป

พลันมีฝ่ามือกว้างและแข็งแรงคว้าจับมือนางเอาไว้

น้องแปดอึ้งไปชั่วขณะ นางหันหลังกลับมาก่อนจะจ้องมองเยี่ยนชิงด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่ง

เอ่ยให้กระจ่างคือกำลังมองไปยังมือของทั้งสองที่จับกันแนบแน่น

“ใต้เท้าเยี่ยนชิง เหตุใดท่านถึงจับมือข้า”

สีหน้าของเยี่ยนชิงยังคงสงบและมีสติไม่แปรเปลี่ยน

เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“มิใช่ว่าต้องการไปยังยอดเขาโอสถเพื่อให้พวกเขาพบเห็นหรืออย่างใด”

นิ่งงันไปครู่หนึ่ง เขาจึงปล่อยมือนาง

“หากข้าล่วงเกินไป โปรดแม่นางแปดให้อภัยข้าด้วย”

น้องแปดส่งเสียง ‘ฮึ’ ออกมา และยกนิ้วโป้ง

เมื่อครู่นางยังคิดไม่ถึงเลย

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ นางจึงก้าวออกไปข้างหน้าแล้วจับแขนของเยี่ยนชิงเอาไว้ ครึ่งหนึ่งของร่างกายนางเอนเอียงไปข้างหน้า มืออันนุ่มนวลและบอบบางของนางจับมือเยี่ยนชิงเบาๆ

“เช่นนั้นพวกเราไปกันเถิด ท่านพี่เยี่ยนชิง!”

ทั้งสองจับมือกันเดินออกไปยังประตู

เมื่อออกมาแล้วก็ปะทะเข้ากับอู่เหยาที่กลับมาจากประตูสวรรค์พอดี

“เอ๊ะ น้องแปด เยี่ยนชิง เจ้าทั้งสองไปเที่ยวเล่นด้วยกันหรือ”

น้องแปดรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมา

ข้าไม่ทันได้อธิบายให้พี่ห้าและผู้อื่นรับฟัง ชั่วพริบตากลับพบเจอกันอีกแล้ว ข้าจะกล่าวสิ่งใดได้เล่า!

ปัญหาคือตอนนี้อยู่ข้างนอก

นางจึงทำได้เพียงพยักศีรษะลง

อู่เหยามองทั้งสองที่จับมือกันอยู่ก่อนจะถอนหายใจเสียงแผ่ว

แม้คุณสมบัติของเยี่ยนชิงจะผ่านอย่างเฉียดฉิวในทุกด้าน ทว่าอู่เหยายังคงรู้สึกไม่พอใจนัก เมื่อเห็นว่าน้องสาวของตนสนิทสนมกับเขามากถึงเพียงนี้

“รีบไปรีบกลับ!”

หลังเอ่ยเสร็จ อู่เหยาจึงออกเดินทางต่อเพื่อกลับเข้าลาน

น้องแปดส่งเสียงกระแอม ก่อนจะเร่งรีบลากเยี่ยนชิงแล้ววิ่งไป

เมื่ออู่เหยากลับมาถึงลานแล้ว จึงเห็นเฉินอียืนอยู่หน้าประตู

“พี่ใหญ่ เมื่อครู่ท่านเห็นน้องแปดกับเยี่ยนชิงออกไปด้วยกันหรือไม่”

เฉินอีพยักศีรษะ

“เยี่ยนชิงผู้นี้มีพรสวรรค์ที่ซ่อนเร้นนัก เขาจัดการพาตัวน้องแปดของเราไปอย่างง่ายดาย!”

อู่เหยาย่างเท้าไปยังโต๊ะหินและรินชาลงถ้วย

ขับอารมณ์ร้อนลง

เฉินอีมองเขาแล้วเอ่ยเสียงอ่อน

“เขาคือเขยที่จะแต่งเข้า”

“พรวด”

อู่เหยาจิบชาแล้วพ่นออกมาอย่างรวดเร็ว

เขาจ้องมองเฉินอีด้วยความตกตะลึง

จากนั้นความตกตะลึงก็ค่อยๆ กลายเป็นความชื่นชม

ไม่แปลกใจที่ก่อนหน้านี้พี่ใหญ่ไม่ได้โต้ตอบอะไร เพราะแท้จริงแล้วเขากำลังรออยู่ที่นี่

“แต่งเข้าเช่นนั้นหรือ องค์ชายจะยินยอมหรือไม่”

เยี่ยนชิงนี่แหละคือผู้ช่วยคนสำคัญของท่านผู้นั้น!

ดวงตาอันเรียวรีและเย็นชาของเฉินอีปรากฏรอยยิ้มบางเบา ก่อนจะเลือนหายไปชั่วพริบตา

“แน่นอนอยู่แล้ว”

………………..

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์

Status: Ongoing
กล่าวได้ว่าชีวิตของ ฉู่หลิวเยว่ นั้นช่างแสนอาภัพ แม้เป็นบุตรสาวคนโตของตระกูลฉู่แต่กลับเป็นผู้ที่มีชีพจรไร้สามารถ ไม่อาจฝึกพลังใดได้จึงทำให้ถูกคนรังแกมาตั้งแต่เล็ก แม้แต่องค์รัชายาทที่เป็นคู่หมั้นก็ยังไม่เคยมาดูแลและคิดแต่จะถอนหมั้นกับนาง ชีวิตของฉู่หลิวเยว่คงดำเนินต่อไปเช่นนั้น หากน้องสาวคนดีของนางไม่ส่งนักฆ่ามาเพื่อสังหารนางทำให้ดวงวิญญาณแค้นของ ซั่งกวนเยว่ ได้เข้ามาครอบครองร่างนี้แทน คนไร้ค่าอย่างนั้นรึ นางที่เป็นอดีตองค์หญิงลิขิตสวรรค์ผู้แตกฉานด้านการแพทย์และเป็นผู้มากพรสวรรค์แห่งแคว้นย่อมไม่อาจยอมรับคำสบประมาทนี้ได้จริงๆ! ในเมื่อพวกเขาล้วนดูถูกผู้อ่อนแอ นางก็จะแสดงให้เห็นว่าคนอ่อนแอผู้นี้แหละจะเหยียบพวกเขาให้จมดินได้อย่างไร! ควบคุมสัตว์เทพอสูร หลอมรวมพลัง เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และยาพิษ เพื่อยื้อชีวิตเหล่ามนุษย์และทวยเทพ! นางขอสาบาน นางจะทำให้คนที่เคยทรยศเหยียดหยามนางพวกนั้นได้รับกรรมอย่างสาสมเป็นร้อยเท่าพันทวี! ตอนแรกทุกคนเตือนเขาว่า “ท่านหลีอ๋อง บุตรสาวที่ตระกูลฉู่ทอดทิ้งผู้นั้นไม่คู่ควรกับพระองค์!” ต่อมาทุกคนกลับเย้ยหยัน “องค์ชายผู้อ่อนแอ ไม่คู่ควรกับองค์หญิงลิขิตสวรรค์ผู้สูงส่ง!” #โรแมนติก #นิยายรัก #ย้อนยุค #รัก #แฟนตาซี #จีนโบราณ #คลั่งรัก #รักโรแมนติก #นางเอกเก่ง #นิยายจีน #แก้แค้น #inkstoneromance #ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ #inkstone #นิยายแปลนางเอกเก่ง #นิยายแปลกำลังภายใน #นิยายแปลคลั่งรัก #นิยายแปลเกิดใหม่ #นิยายแปลซ่อนคม

Options

not work with dark mode
Reset